ทุนผูกขาดเรื่องคนไทยต้องรู้ ?

ทุนผูกขาดเรื่องคนไทยต้องรู้ ?

ข้อเขียนวันนี้ผมเรียกร้องไปยังสถาบันการศึกษาของไทยด้วยว่า เปลี่ยนเนื้อหาในหลักสูตรที่สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ให้ตรงกับสภาพสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยี่ปัจจุบันได้แล้ว ตำราเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ที่สอนกันตั้งแต่ยุค 1930 และเป็นความเชื่อในการเขียนตำรา มาจากอิทธิพลความเชื่อในลัทธิมาร์ก เลนิน อันเป็น

สังคมนิยม ที่เขียนตำราจาก มโนทัศน์ ล้วนๆว่า ถ้าสังคมโลกเป็นเช่นนั้น จะสร้างความผาสุขและความสงบสุขให้กับประชาชนเพราะทุกคนเท่าเทียมการเข้าถึงทรัพยากร ไม่มีความอดอยาก สงครามก็จะไม่เกิด แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โลกได้ประจักษ์แล้วว่า มันผิด และมันกลับสร้างความทุกข์ ยากจน อดอยาก และในที่สุดประเทศอ่อนแอลง ถูกประเทศที่ร่ำรวยกว่า รังแก แย่งชิงทรัพยากร เพราะว่า รวยกว่าจึงสร้างอาวุธ ที่เหนือกว่า จึงแข็งแรงกว่า

ตัวอย่างนิยามเรื่องทุนผูกขาด ที่ยังอยู่ในตำราเรียนเช่น
คือ การหลอมรวม (Fusion) พลังการผูกขาดของนายทุนผูกขาดเข้ากับรัฐกระฎุมพีเพื่อสร้างกลไกหนึ่งเดียว ในการขูดรีดทางเศรษฐกิจและการครอบงำทางการเมือง เพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ของนายทุนผูกขาด



คำถาม ?
การผูกขาดของระบบปฏิบัติการวินโดว์ จนส่งผลให้ บิลเกตต์ เป็นเศรษฐีอันดับ1 ของโลก มันอยู่ในนิยามในตำราเรียนนี้หรือเปล่า
มันผูกขาดเพราะเทคโนโลยี่ที่เหนือกว่า ไม่ได้เพราะการร่วมมือกันของนายทุนและรัฐเอื้อผลประโยชน์ อย่างเดียวแล้ว นี่คือเหตุผลว่า โลกมันเปลี่ยน นิยามเก่าๆก็เปลี่ยน ผมเรียกร้องให้ นักเศรษฐศาสตร์ เป็นตัวของตัวเอง ต้องมั่นใจ ที่จะสร้างนิยาม ในนามของตัวคุณ ไม่ใช่ไปอ้างอิงตำราเก่า ที่มันใช้ไม่ได้แล้ว
ที่เขียนวันนี้ เจตนาเพื่อกำหนดทิศทางประเทศ เพราะว่า ในช่วงหาเสียง ความเห็นของ พิธา ความเห็นของ ศิริกัญญา บอกได้ว่า อ่านตำราเศรษฐศาสตร์โบราณมา ออกเป็นนโยบายและคำพูดในการหาเสียง จึงหลุดคำว่า "เอื้อประชาชน ไม่เอื้อนายทุน" และในเนื้อหา ไม่ได้เข้าใจสภาพเศรษฐกิจและสังคม ที่แท้จริงของประเทศไทยในปัจจุบันเลยว่า เป็นประเทศ ที่ต้องพึ่งพิงทุน เพราะว่า โครงสร้างเศรษฐกิจ เงินที่ไหลวนอยู่ในประเทศ 17 ล้านๆนั้น มันมีเงินจากการส่งออกถึง 70%
หลายครั้ง ที่คำพูดของ พิธา และศิริกัญญา บอกให้รู้ว่า ทั้ง2 แยกไม่ออกระหว่าง "ทุนผูกขาด กับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ"
ผมขอให้นิยาม คำว่า "ทุนผูกขาด"ใหม่ว่า หมายถึง อำนาจเหนือตลาด การขายและการผลิต ที่มีผลต่อการบริโภคของประชาชนในประเทศ ซึ่งมีอำนาจที่จะครอบงำ กำหนดราคา กำหนดการผลิตเพื่อยกระดับอุปสงค์ โดยไม่มีคู่แข่ง ที่มีความสามารถแข่งขันกันได้
ซึ่งถ้านิยามแบบนี้
ทุนผูกขาด ที่ พิธา กับศิริกัญญา เข้าใจ จึงไม่ใช่ทุนที่ แบ่งก๊าซจากอ่าวไทยไปใช้ แล้วทั้ง 2 เข้าใจว่า ถ้าเอาก๊าซมาให้ กฟผ. จะลดค่าไฟได้ 70 สต.
แต่ทุนผูกขาดในเรื่องนี้จริงๆ ไม่ใช่เอกชน แต่เป็น กฟผ. ทุนโรงไฟฟ้าทั้งหลายคือนายทุนอื่นที่ร่วมมือกันเท่านั้น เพราะว่า กฟผ. และกรรมการพลังงาน เป็นผู้มีอำนาจเลือกโรงไฟฟ้า เป็นผู้ให้สัญญาผลประโยชน์ และเป็นผู้เลือกว่า แต่ละช่วงเวลา จะซื้อไฟจากเอกชนรายไหน จำนวนเท่าไร แล้ว กฟผ. ก็เอาไฟฟ้าที่ซื้อมา ตั้งราคาขายให้กับประชาชน โดยไร้คู่แข่ง
เพราะฉะนั้น ถ้าทั้ง2 คนเข้าใจถึงนิยาม ทุนผูกขาดจริงๆ จะไม่ไปหาเรื่องนายทุน ที่เอาปิโตรเลี่ยมไปสร้างธุรกิจส่งออก แต่ต้องมาจัดการ กฟผ. ต่างหาก
หมายเหตุ
ที่ผมโจมตีพิธา กับ ศิริกัญญา เรื่องไฟฟ้า อย่างเดียวเพราะว่าเป็นเรื่องเดียวที่เขากำหนดตัวเลข 70 สต. ออกมา นโยบายอื่น เขาแค่พูดลอยๆกว้างๆ ผมไปแตะ เขาก็พลิกลิ้นไปได้ ขนาดเรื่องปิโตรเลี่ยมผมโพสต์ไปโพสต์แรกเขายังพลิกลิ้นได้เลย พอผมโพสต์แย้งที่เขาพลิกลิ้นไป ตอนนี้ยังเงียบกริป ไม่กล้าโต้แย้งอีกเลย ส่วนเรื่องค่าแรง 450 บาทนั้น มันไม่ได้ใช้ความรู้เชิงลึกทางวิศวกรรมมาอธิบาย คนทั่วไปสามารถวิจารณ์ได้อยู่แล้ว และตอนนี้ พิธา ก็กำลังพลิกลิ้น จากตอนหาเสียงว่า ขึ้นค่าแรงทันที เป็น ไม่ทำอย่างนั้นแล้ว แต่จะทยอยขึ้น

About best mind

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.

0 comments :

แสดงความคิดเห็น