"เอื้อประชาชน ไม่เอื้อนายทุน" ประโยคนี้ ใครพูดก็ได้ แต่นักเศรษฐศาสตร์พูดไม่ได้

 เอื้อประชาชน ไม่เอื้อนายทุน"

ประโยคนี้ ใครพูดก็ได้ แต่นักเศรษฐศาสตร์พูดไม่ได้ ถ้าใครพูด จะถือขาดความรู้ และคำนี้ออกจากปาก ศิริกัญญา จึงเป็นต้นเรื่อง ที่ผมใช้คำว่า พวกเด็กเล่นขายของ
วันนี้ขอมาอธิบายเรื่องนี้
ประเทศไทย มีโครงส้างเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการส่งออกถึง 70% และบริโภคภายใน 30% นั่นหมายความว่า ประเทศต้องพึ่งพิง นายทุน เพื่อผลิตสินค้าส่งออก จีดีพีหมายถึงเลือดที่ไหลอยู่ในร่างกาย ถ้ามันมีปริมาณลดลง ย่อมส่งผลต่อการมีชีวิต
ถ้ารัฐบาลลดการเอื้อประโยชน์นายทุน โดยหันสิ่งที่เคยเอื้อนายทุน แล้ว เอาไปเอื้อประชาชน หมายความว่า นายทุนจะอ่อนแอลง ผลผลิตก็ลดลงโดยนัยยะ แบบนี้


มองภาพสมการง่ายๆ
นายทุนมีกำลังการผลิต 5000 หน่วย ประชาชน มีกำลังการผลิต 1000 หน่วย รวมกันเป็น 6000 หน่วย เรียกว่า ผลผลิตรวมของประเทศ
ถ้ารัฐมีนโยบายไม่เอื้อนายทุน แต่โยกไปให้ประชาชน สมการใหม่จะเป็น
นายทุนมีกำลังการผลิต 4000 หน่วยลดลงไป เพราะเอาไปเพิ่ม ให้ประชาชน ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2000 รวมกัน 6000 หน่วย ผลผลิตรวมก็เท่าเดิม
ในปี 2542 ดร.ทักษิณ ยังคิดได้ไกลกว่าเด็กเล่นขายของกลุ่มนี้เลย จึงเป็นที่มาของนโยบายต่างๆของพรรคไทยรักไทย เขาไม่เคยแตะนายทุน เคยให้ประโยชน์อย่างไรอย่างนั้น มีแต่จะ เพิ่มการอำนวยความสะดวกให้นายทุน มีกำลังเพิ่มขึ้น แต่ ดร.ทักษิณ ไปเพิ่มพลัง เพิ่มความรู้ ให้ประชาชน เพื่อสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมา เป็น จีดีพีใหม่ เพิ่มเข้ามา รวมกับของนายทุน สุดท้าย ผลผลิตของประเทศรวม สูงขึ้น
วิธีคิดของ ศิริกัญญา ก็เหมือนกับคนเสื้อแดงในรูปนั่นแหละครับ

About best mind

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.

0 comments :

แสดงความคิดเห็น