ถ้าผมเป็นรัฐบาล จะเปลี่ยนโครงสร้างการจัดจำน่ายไฟฟ้าให้ประชาชนเสียใหม่
โดยผมจะแยก ระบบสายส่งออกมา ตั้งเป็นบรรษัทภิบาล เงินทุนมาจาก Crowdfunding ในโพสต์ก่อน เป็นกิจการที่ดูแล และให้เช่าระบบสายส่ง ทั้งหมด ขนาดใหญ่ และย่อยไปตามบ้านเรือน โดยเรียกเก็บค่าบริการตามจำนวนกระแสที่ขายให้ผู้ใช้ไฟ จากโรงไฟฟ้า ที่ส่งไฟเข้าระบบ
หลักการนี้ กฟผ. ก็จะกลายเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้า ที่ต้องแข่งขันกันด้านราคา ที่จำหน่ายให้ประชาชน หลักการนี้ โรงไฟฟ้า ต้องแข่งกันทำต้นทุนการจัดการให้ต่ำสุด จึงจะสามารถแข่งขันด้านราคาได้ ด้วยระบบนี้ กฟผ.จะไม่ใช่เสือนอนกิน โดยไม่สนใจประชาชนอีกต่อไป แต่จะต้องพัฒนาองค์กร เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อแข่งขันกับเอกชน ให้ได้
พนักงานการไฟฟ้าส่วนใหญ่ ต้องย้ายไปบรรษัทที่ควบคุมระบบสายส่งเพราะต้องบริการประชาชนที่ใช้ไฟ จะเหลือเฉพาะที่อยู่กับฝ่ายผลิตเท่านั้น
ขอเปรียบเทียบสำหรับคนไม่รู้ไฟฟ้า ระบบนี้ประมาณว่า
สายส่งก็คือสระนำขนาดใหญ่ ที่มีบ้านเรือนอยู่รอบสระที่ต้องใช้น้ำ เจ้าของสระต้องรู้ว่า แต่ละช่วงเวลา บ้านเรือนเหล่านั้นต้องใช้น้ำเท่าไร เจ้าของสระก็ไปคุยกับบริษัทขายน้ำ เสนอราคา แล้วกำหนดช่วงเวลาว่า ต้องเติมน้ำเข้าสระ จำนวนเท่าไร ทำอย่างนี้ น้ำในสระ ก็จะมีอย่างเพียงพอ นี่คือการจัดการยุคอนาล็อก
เมื่อประเทศเข้าสู่ยุคดิจิตอล เจ้าของโรงไฟฟ้าสามารถขายไฟได้ตรงกับผู้ใช้ เพราะระบบจะลิ้งค์อัตโนมัติระหว่างมิเตอร์บ้านเรือนถึงจำนวนการใช้ไฟตามช่วงเวลา ให้สั่งให้โรงไฟฟ้าต้องส่งไฟเข้าระบบเพิ่มแบบอัตโนมัติ โรงไฟฟ้าจึงเสนอราคาค่าไฟฟ้าโดยตรงได้ไม่ต้องผ่านตัวกลาง การแข่งขันจะยิ่งเข้มข้นขึ้น ส่วนความกลัวเรื่อง การเกิดการขาดแคลนทางไฟฟ้า ที่รัฐบาลในอดีต ต้องทำสัญญาเอื้อประโยชน์นายทุน จนร่ำรวยมหาศาลนั้น Crowdfunding จะมาทดแทนความเสี่ยงตรงนี้ เพราะบรรษัท มีทุนที่จะสร้างโรงไฟฟ้า สำรองได้ หากเอกชนไม่สนใจ นอกจากนี้ ลาวยังมีกำลังการผลิตมหาศาล เกินความต้องการพร้อมที่จะส่งออก

0 comments :
แสดงความคิดเห็น